ババァに学ぶ子育ての秘訣【やしろあずきマンガ日記集】
ババァに学ぶ子育ての秘訣:その3
20
วันที่เผยแพร่: 2025.08.28

รายละเอียดผลงาน

やしろあずきがインターネットで描いている漫画をまとめてこう…こうしてこうやってまとめたお得なまとめ本です!

แสดงความคิดเห็น

0

บทพูดในผลงาน

หน้า 1

  • เรื่องราวตอนที่ผมกับแม่ 'สลับ' บทบาทกัน
  • สมัยยังเป็นไอ้เด็กเวร ผมเคยพูดเรื่องแบบนี้กับแม่
  • แม่นี่ดีจังเลยนะ ได้อยู่บ้านตลอด
  • ↓กำลังล้างจาน
  • หาาาาาาาา!?
  • งั้นเอาเป็นว่าวันเสาร์นี้เรามาลองสลับบทบาทกันดูสักครั้งดีมั้ยล่ะ
  • เอาจริงดิ

หน้า 2

  • ด้วยเหตุนี้ ในวันหยุดแม่กับลูกชายจึงสลับบทบาทกัน
  • เลียนแบบยาชิโระในวันหยุด
  • เลียนแบบแม่ในวันหยุด
  • แม่จะเลียนแบบพฤติกรรมปกติของผม ส่วนผมก็จะเลียนแบบพฤติกรรมปกติของแม่!!
  • ผมให้แม่จดกิจวัตรประจำวัน 1 วันของเธอใส่เมโม่ไว้ แล้วก็ทำตามนั้น
  • เอ... ก่อนอื่นต้องไปซื้อของสินะ... งั้นเดี๋ยวไปก่อนนะ
  • อ๊ะ อ๊าาา ไม่เอาโว้ย จะเล่นมาริโอ้คาร์ททท

หน้า 3

  • หา!?
  • ก็คราวก่อนสัญญากันแล้วว่าจะเล่นมาริโอ้คาร์ทไม่ใช่เรอะ! เล่นมาริโอ้คาร์ทสิเฟ้ยยย
  • อ๊ะ แล้วก็ถ้าจะไปซื้อของล่ะก็ ซื้อการ์ดยูกิโอมาให้ด้วยนะ
  • อย่ามาล้อเล่นนะ... อ๊ะ จมูก... อย่าแคะขี้มูกสิ สกปรก
  • ว้าว! ใครมาขีดเขียนเล่นบนสมุดของฉันเนี่ย
  • เดธเทอราโนดอนไง
  • ※เลียนแบบผมที่ชอบขีดเขียนเล่นบนของใช้ส่วนตัวของแม่
  • เท่จังเลยแฮะ ให้ตายสิ

หน้า 4

  • เอาล่ะ ต่อไปก็ล้างจาน... เฮ้อ... ลำบากชะมัดเลยแฮะ...
  • ไปเลยกันดั้ม! บิชชูวาาาาาา
  • อืออออออออ...
  • ชู่บะ ชู่บะ ชู่บะ บะ บะ
  • อ๊ะ แย่ล่ะ
  • เป็นเด็กดีดีกว่า
  • เผลอทำตัวเป็นเด็กดีไปหน่อย

หน้า 5

  • ความทรงจำเรื่องเกมฮอกกี้ที่เกมเซ็นเตอร์
  • สมัยเด็กๆ ผมมักจะไปเล่นฮอกกี้ที่เกมเซ็นเตอร์กับแม่บ่อยๆ แต่ว่า
  • เย้ส เข้าอีกลูกแล้ว
  • โดยพื้นฐานแล้ว ผมที่เป็นเด็กจะเก่งกว่า
  • บ้าเอ๊ย
  • ...แม่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ
  • โอ้โห อะไรกัน จะไปแอบร้องไห้รึไง~? ได้เลยๆ เชิญร้องให้พอใจไปเลยสิ~ (ความเป็นไอ้เด็กเวร 100%)

หน้า 6

  • จังหวะนี้แหละโว้ยยย
  • อ๊าาาาาาาาา ยัยแก่แกกกกกกกก!

หน้า 7

  • ขี้โกงนี่หว่า! เมื่อกี้นี้มันขี้โกงชัดๆ เลยนะเฮ้ย!
  • ผู้ใหญ่น่ะขี้โกงกว่าที่คิดเยอะ
  • ยัยผู้ใหญ่ขี้โกง
  • แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความต่างชั้นของฝีมือ หลังจากนั้นเกมก็ยังคงดำเนินไปโดยที่ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบ...
  • ↓ไปเข้าห้องน้ำมา
  • หึหึ... ใกล้จะชนะแล้วล่ะ ต่อให้โดนเล่นตุกติกแบบไหนก็ชนะได้อยู่แล้ว...

หน้า 8

  • มาเลย!!
  • แม่ของอิชิโนะคุง
  • แม่ของยามาดะคุง
  • อย่าเรียกพวกมาสิโว้ย
  • ที่อยู่ที่ร้านกาแฟตรงนั้นตลอด
  • ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จะเรียกมาทำไมกันฟะแก

หน้า 9

  • ถึงคนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
  • สมัยเด็กๆ การจะกระโจนเข้าไปทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
  • ตรงนี้แหละที่ควรจะรวบรวมความกล้า...
  • ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่กลับเข้าไปไม่ได้...
  • หรือการจะพูดแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่ถนัดเอาซะเลย
  • ก็เลยกลายเป็นว่าไม่มีความกล้าเอาซะเลย...
  • มองโกเลียน เดธ ซาบุโร่ ผู้มีตัวตนอยู่เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่าง
  • อย่างนี้นี่เอง!!

หน้า 10

  • เรื่องแค่นั้นน่ะเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ!!
  • ชินเหรอ!?
  • ครืนนนน
  • อุวะ อะไรเนี่ย?

หน้า 11

  • นี่ไง!! ปกติแล้วต้องกลัวสิ แต่ตอนนี้แกเริ่มชินกับมันแล้วใช่มั้ยล่ะ?
  • เอ่อ... จะว่าไปมันก็จริง...
  • มนุษย์น่ะชินกับทุกอย่างได้ทั้งนั้นแหละ!! เพราะงั้นการกระทำที่เรียกว่า 'การรวบรวมความกล้า' ก็เหมือนกัน ถ้าทำซ้ำๆ เดี๋ยวก็ชิน!! พอชินแล้วก็คือชัยชนะของแกเลย!!
  • ด้วยคำสอนนี้ ทำให้ผมที่เริ่มคุ้นชินกับการรวบรวมความกล้าได้ในระดับหนึ่ง
  • กลับแล้วค้าบบบ~!!
  • พอได้เป็นพนักงานบริษัท ก็สามารถกลับบ้านตรงเวลาได้อย่างองอาจครับ

หน้า 12

  • ความทรงจำเรื่องวันเยี่ยมชมการสอนกับแม่
  • ในวันเยี่ยมชมการสอน พอถึงช่วงที่ต้องยกมือตอบคำถาม ส่วนใหญ่ก็จะคอยชำเลืองมองสายตาผู้ปกครอง
  • คนที่รู้ค้าบ
  • รู้สึกว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ยกมือ ถึงแม้จะไม่รู้คำตอบก็ตาม
  • เด็กส่วนใหญ่จากก้นบึ้งของหัวใจ
  • ขอร้องล่ะ อย่าเรียกนะ
  • อย่าสบตาสิ
  • ขอร้องล่ะ
  • แน่นอนว่าในใจตะโกนอยู่ว่า 'ไม่อยากโดนเรียกโว้ยยย'

หน้า 13

  • ค่ะ งั้นยาชิโระคุง
  • ถามคำใบ้จากผู้ปกครองก็ได้นะคะ
  • อ๊ากกกกกก
  • ก่อนอื่นเลยคือไม่รู้คำตอบแม้แต่นิดเดียว... แต่ต่อหน้าแม่จะให้อับอายไม่ได้... อูวะ หน้าอะไรของยัยนั่นวะ บ้าเอ๊ย
  • เดี๋ยวก่อนนะ การถามคำใบ้จากแม่ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง... ถ้างั้นก็มีแต่ต้องทำแบบนี้แล้ว...

หน้า 14

  • เอ่อ... ให้คุณแม่ตอบแทนผมครับ
  • ก๊าซซซซซซ
  • ไอ้เด็กเวร... ไม่นึกเลยว่าจะมาไม้นี้... เล่นดีนี่หว่า...
  • แม่รู้ใช่มั้ยล่ะ?!
  • แล้วก็คือแม่ก็ไม่รู้คำตอบเลยสักนิด
  • ...นั่นสินะ

หน้า 15

  • คำตอบคือ
  • แกอดข้าวเย็น
  • ค่ะ ถูกต้องค่ะ
  • ก๊าซซซซ ทำไมล่ะ

หน้า 16

  • การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
  • จากคำสอนของครูหรือโรงเรียนยิมนาสติกที่เคยไปเรียนสมัยก่อน
  • เป็นลูกผู้ชายอย่าร้องไห้สิ
  • สายกีฬา
  • เคยมีช่วงหนึ่งในวัยเด็กที่ผมคิดมาตลอดว่า 'การร้องไห้เป็นเรื่องน่าอาย'
  • เคยมีช่วงที่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ แม้แต่ตอนที่ซาบซึ้งใจ นอกเหนือไปจากเรื่องที่ทุกข์ใจหรือเศร้าใจ
  • เป็นอะไรไปล่ะแก... กลั้นน้ำตาไว้ทำไม?

หน้า 17

  • ถ้ามีเรื่องเจ็บใจหรือเศร้าใจ ก็ร้องไห้ออกมาเลยสิ ไม่ต้องไปสนใจหรอก!!
  • ก็แหม... ร้องไห้มันดูไม่เท่เลยนี่นา...?
  • แล้วก็รู้สึกผิดกับตัวเองที่ร้องไห้ด้วย...?
  • หน้า... โคตรน่ากลัว
  • นี่นะ ถ้าเกิดน้ำตาของแกมันทำให้เมืองหลวงพังพินาศได้ล่ะก็ อันนั้นค่อยน่ารู้สึกผิดหน่อย
  • อีกอย่าง ถึงแกร้องไห้ไปมันก็แค่ทำให้แกโล่งใจขึ้น ไม่ได้ไปส่งผลกระทบกับใครที่ไหนสักหน่อย!!

หน้า 18

  • อีกอย่างน้ำตาน่ะเป็นสิ่งที่ไหลออกมาตามธรรมชาติพร้อมกับความรู้สึกนะ!! สิ่งที่ออกมาตามธรรมชาติ ก็ควรปล่อยให้มันออกมาตามธรรมชาติจะดีต่อใจมากกว่าแน่นอน
  • ที่นี่คือบ้านของแกนะ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาให้เต็มที่เลย!!
  • พอได้ฟังคำพูดของแม่ ผมก็เลยเลิกรู้สึกอายที่จะร้องไห้
  • งั้นจะร้องแล้วนะ โอ้ววว แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
  • หนวกหูเฟ้ย
  • และรู้สึกว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองได้มากขึ้นนิดหน่อย

หน้า 19

  • แงงงงงง แงงงงงง แงงงงงง เศร้าจังเลยยย~
  • แง...ง
  • ร้องไห้เสแสร้ง!!
  • ขอโทษครับ
  • อนึ่ง การร้องไห้เสแสร้งถูกจับได้ในทันที

หน้า 20

  • เป็นห่วงที่ลูกติดเกมงอมแงม
  • หลังจากที่ข้อบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการติดเกมกลายเป็นประเด็นร้อน
  • ลูกชายบ้านฉันก็เอาแต่เล่นเกมตลอดเลย... ไม่รู้ว่าติดเกมรึเปล่านะเนี่ย
  • ในการรวมญาติ แม่ของผมก็โดนถามคำถามแบบนี้
  • แหงล่ะว่าการทำอะไรมากเกินไปมันไม่ดี และถ้ามันหนักข้อเกินไปพ่อแม่ก็ควรจะเข้าไปแทรกแซงนะ... แต่มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องเกมอย่างเดียวหรอก
  • การเล่นกีฬาเป็นเวลานานๆ มันก็ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนกัน!! ไม่ว่าจะเรื่องอะไร การทำมากเกินไปมันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ

หน้า 21

  • แต่ว่านะ... เขาเอาแต่เล่นเกมจนไม่ค่อยได้คุยกันเลย... มันก็ไม่ดีรึเปล่านะ...
  • ยัยแก่ แกอย่ามาชวนคุยนะโว้ย
  • ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องห่วง!!
  • เด็กผู้ชายน่ะไม่ว่าจะมีความชอบแบบไหน มันก็ต้องมีช่วงที่ทำตัวเย็นชากับพ่อแม่อยู่แล้ว!! มันเป็นเรื่องธรรมดา!!
  • ข้าคือร่างจุติจากวัลฮัลลา... สามัญชนอย่างเจ้าอย่าได้อาจเอื้อมมาชวนคุย
  • เฮ้ยแก เลิกเล่าเรื่องเก่าๆ ของฉันได้แล้ว

หน้า 22

  • แต่ว่านะ ในเวลาแบบนั้นแหละ การลองตัดสินใจกระโจนเข้าไปในโลกของอีกฝ่ายก็เป็นทางเลือกหนึ่งนะ!!
  • นั่นอะไรน่ะ ให้แม่ดูด้วยสิ
  • อุวะ! อะไรเนี่ย
  • การที่พ่อแม่ปฏิเสธหรือเว้นระยะห่างเพียงเพราะว่าตัวเองไม่เข้าใจ มันก็จะจบลงแค่นั้น
  • เล่นเกมได้วันละ 1 ชั่วโมง
  • แต่ถ้าลองเปิดใจเข้าหาอีกฝ่ายดูสักครั้ง เด็กก็จะรับรู้ได้เอง

หน้า 23

  • ถึงจะเป็นลูกที่ตัวเองให้กำเนิดมา แต่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกแตกต่างกัน เพราะงั้นการมีส่วนที่ไม่เข้าใจกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดา
  • แต่การที่ไม่ปฏิเสธในจุดนั้น แล้วพยายามที่จะทำความรู้จักอีกฝ่าย ฉันว่านั่นก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่นะ!!
  • แต่ก็นะ ผลจากการที่ฉันเปิดใจเข้าหามากเกินไป เลยกลายเป็นคนที่ปล่อยปืนจากมือไม่ได้ไปซะแล้วล่ะ
  • คุณแม่ที่กำลังเล่นเกม FPS อย่างจริงจัง
  • อืม... แบบนั้นมันก็ยังไงๆ อยู่นะ

หน้า 24

  • เรื่องราวตอนที่ผม 'หนีออกจากบ้าน'
  • สมัยประถมปลาย ผมตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกัน
  • จะไปแล้วนะ ตัดสินใจแล้วล่ะ ลาก่อนยัยแก่!!
  • ...
  • ถึงจะเป็นเด็กแต่ก็มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้นะเฟ้ย!!
  • ถ้างั้นแม่จะไปหนีออกจากบ้านเป็นเพื่อนแกเอง!!
  • หา!? ทำไมล่ะ
  • ถ้าแกมีอิสระ แม่ก็มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้เหมือนกันนั่นแหละ!!

หน้า 25

  • หิวแล้วสินะ ไปกินราเม็งกันมั้ย!!
  • ยังไงก็ไม่มีเงินอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ!! เดี๋ยวแม่เลี้ยงเอง!!
  • เอ่อ... อ่า...

หน้า 26

  • ...ขอโทษครับ...
  • ไม่เป็นไร!!
  • กินเสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ!!
  • กลับไปนอน

หน้า 27

  • เรื่อง 'การเลียนแบบ' ที่แม่ถนัด
  • ถึงจะเคยโชว์ในทวิตเตอร์อยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่ว่า
  • แม่ของผมถนัดเรื่องการเลียนแบบเอามากๆ
  • การรวมญาติ
  • จะเลียนแบบให้ดูนะครับ!!...
  • ...
  • ...?

หน้า 28

  • จี๊...ด จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊ด จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊ด
  • อุวะ
  • เลียนแบบจักจั่นที่นึกว่าตายแล้วพอเข้าไปใกล้ๆ ก็ขยับตัวอย่างบ้าคลั่ง
  • นะ... ไม่มีอะไรที่มันธรรมดากว่านี้หน่อยเหรอ?
  • อย่างนี้นี่เอง... มีสิ!!

หน้า 29

  • จะเลียนแบบให้ดูนะครับ!!...อ๊ะ!!
  • โอ๊ะห๊ะ... อะไรวะ อะไรวะเฮ้ย!! อะไร... เฮ้ยอะไร!?
  • เคาะ... เคาะประตูก่อนสิโว้ยแก... หา!?
  • ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเฟ้ย!? ถืออะไรอยู่น่ะหา!? แก... กลับไปเลยนะ!! อ๊า!?

หน้า 30

  • และนี่ก็คือ การเลียนแบบลูกชายตอนที่โดนแม่บุกเข้าไปเจอตอนกำลังดูหนังสือโป๊
  • ◆เหมือนเปี๊ยบเลยค้าบ!!
  • แก๊—! จะฟ้องโว้ย

หน้า 31

  • ‘พฤติกรรม’ ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ของเด็ก
  • ตอนที่แม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง...
  • ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับอะไรที่ช่วยบ่มเพาะพลังแห่งจินตนาการของลูกชายรึเปล่าครับ...
  • อ๋า... นั่นสินะ...
  • คงเป็นการที่ไม่เคยปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ในทันที แต่จะให้ลองทำดูสักครั้งเสมอ... ล่ะมั้งนะ
  • นอกนั้นก็ไม่รู้แล้ว
  • ...หมายความว่ายังไงเหรอครับ?

หน้า 32

  • ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเคยมีช่วงหนึ่งที่เจ้าเด็กนั่นมีงานอดิเรกเป็นการฝังตัวเองในดินน่ะ...
  • ดะ... ดินเหรอ...? น่ากลัว...
  • อ๊ะ คุณแม่
  • กรี๊ดดดดดด แกทำอะไรอยู่น่ะ
  • ลองฝังตัวเองดู
  • ฝังตัวเองอยู่...!? บะ... บ้าไปแล้ว...
  • ปกติแล้วพอมาถึงจุดนี้ก็คงจะเข้าไปห้ามเพราะไม่เข้าใจสินะ แต่ว่า...

หน้า 33

  • ฝังตัว...? ฝังตัวเนี่ยนะ? เพื่ออะไร? ทำไม? พอฝังแล้วมีอะไรอยู่ข้างหน้ารึไง...? แต่ช่างเถอะ อยู่ในเขตบ้านเราเองคงไม่มีปัญหาอะไร
  • เหนือสิ่งอื่นใดคือความคิดที่จะฝังตัวเอง... ปกติมันไม่มีเรื่องแบบนี้นะ... ฝังตัวเนี่ยนะ? ปกติแล้ว... เขาไม่ฝังกันหรอก... หรือว่าลูกชายมองเห็นอะไรบางอย่างในนั้นกันนะ...
  • อื้ม, OK
  • ฝังตัวเองให้พอใจไปเลยไป!!

หน้า 34

  • งั้นโดยพื้นฐานแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะยอมให้ทำตามใจชอบ 1 ครั้งเหรอครับ...?
  • เอ๊ะ?
  • แม่ดูสิ อึน่ะนะ
  • ถ้าไม่อึในห้องน้ำแต่มาอึที่สวนในบ้านแทนก็น่าจะรู้สึกดีเหมือนกันนะ
  • ไม่ใช่แบบนั้น
  • ต้องแยกแยะดีชั่วให้ได้ด้วยนะ!
  • แล้วแต่สถานการณ์ อาจมีจับแขวน

หน้า 35

  • ความสำคัญของการเป็นคนมีความอยากรู้อยากเห็น
  • เวลาที่ต้องฟังเรื่องที่ตัวเองไม่สนใจไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
  • แล้วทฤษฎีสัมพัทธภาพก็บลาๆ แล้วก็เรื่องเคมีฟิสิกส์อีก~
  • อ๋า~ อย่างนี้นี่เอง อย่างนี้นี่เอง~ ครับ~
  • อา~ ไม่น่าสนใจเลย~
  • ...แกกำลังคิดแบบนั้นอยู่สินะ
  • สะดุ้งงงงงง

หน้า 36

  • แต่ว่านะ ถึงจะไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่แค่ลองสักหน่อยก็พอแล้ว
  • การลองสนใจในทุกๆ เรื่องก็เป็นสิ่งที่แนะนำนะ
  • เอ๋...?
  • การที่ไม่สนใจก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่รู้จักไม่ใช่รึไง เพราะงั้น
  • ไม่สนใจหรอก แต่ก็มีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยสินะ~
  • เอาเป็นว่าจำใส่หัวไว้ก่อนแล้วกัน
  • แค่ลองไปหาข้อมูลดูนิดหน่อย แล้วเก็บข้อมูลนั้นไว้ในลิ้นชักสมอง

หน้า 37

  • ในอนาคต เวลาที่ต้องใช้สมองคิดอะไรบางอย่าง...
  • อืออออืม.. เอ๊ะ?
  • ...ข้อมูลนี้มัน...
  • เรื่องที่เคยเห็นในชินเคนเซมินี่หว่า!
  • อะไรทำนองนั้นแหละ ข้อมูลที่เคยได้รับมาในอดีตมันก็มีประโยชน์ขึ้นมาแบบไม่คาดคิดเหมือนกันนะ

หน้า 38

  • เพราะงั้นการไม่ด่วนตัดสินสิ่งที่ยังไม่รู้จัก แล้วลองสนใจดูสักครั้งก็น่าจะดีเหมือนกันนะ
  • ดังนั้น ตามทฤษฎีของพวกเราแล้ว จักรวาลไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่ประกอบขึ้นจากอึ 1 หมื่นล้านก้อน...
  • ว่ากันว่าอึนับไม่ถ้วนได้ถือกำเนิดขึ้นจากบิ๊กแบงเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับการกำเนิดของจักรวาลและเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
  • แล้วก็ถึงจะไม่สนใจ ก็อย่าแสดงออกทางสีหน้าท่าทางสิ
  • เปล่าซะหน่อย กำลังเอาข้อมูลใส่สมองอยู่
  • จักรวาลที่พวกเรารับรู้นั้นขยายตัวและเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งนั่นก็หมายความว่าอึเองก็ขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในฐานะสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว อึได้ก่อร่างสร้างโลกขึ้นมา และยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการก่อร่างสร้างสิ่งที่เรียกว่าต่างโลกอีกด้วย