รายละเอียดผลงาน
บทพูดในผลงาน
หน้า 1
- เรื่องราวตอนที่ผมกับแม่ 'สลับ' บทบาทกัน
- สมัยยังเป็นไอ้เด็กเวร ผมเคยพูดเรื่องแบบนี้กับแม่
- แม่นี่ดีจังเลยนะ ได้อยู่บ้านตลอด
- ↓กำลังล้างจาน
- หาาาาาาาา!?
- งั้นเอาเป็นว่าวันเสาร์นี้เรามาลองสลับบทบาทกันดูสักครั้งดีมั้ยล่ะ
- เอาจริงดิ
หน้า 2
- ด้วยเหตุนี้ ในวันหยุดแม่กับลูกชายจึงสลับบทบาทกัน
- เลียนแบบยาชิโระในวันหยุด
- เลียนแบบแม่ในวันหยุด
- แม่จะเลียนแบบพฤติกรรมปกติของผม ส่วนผมก็จะเลียนแบบพฤติกรรมปกติของแม่!!
- ผมให้แม่จดกิจวัตรประจำวัน 1 วันของเธอใส่เมโม่ไว้ แล้วก็ทำตามนั้น
- เอ... ก่อนอื่นต้องไปซื้อของสินะ... งั้นเดี๋ยวไปก่อนนะ
- อ๊ะ อ๊าาา ไม่เอาโว้ย จะเล่นมาริโอ้คาร์ททท
หน้า 3
- หา!?
- ก็คราวก่อนสัญญากันแล้วว่าจะเล่นมาริโอ้คาร์ทไม่ใช่เรอะ! เล่นมาริโอ้คาร์ทสิเฟ้ยยย
- อ๊ะ แล้วก็ถ้าจะไปซื้อของล่ะก็ ซื้อการ์ดยูกิโอมาให้ด้วยนะ
- อย่ามาล้อเล่นนะ... อ๊ะ จมูก... อย่าแคะขี้มูกสิ สกปรก
- ว้าว! ใครมาขีดเขียนเล่นบนสมุดของฉันเนี่ย
- เดธเทอราโนดอนไง
- ※เลียนแบบผมที่ชอบขีดเขียนเล่นบนของใช้ส่วนตัวของแม่
- เท่จังเลยแฮะ ให้ตายสิ
หน้า 4
- เอาล่ะ ต่อไปก็ล้างจาน... เฮ้อ... ลำบากชะมัดเลยแฮะ...
- ไปเลยกันดั้ม! บิชชูวาาาาาา
- อืออออออออ...
- ชู่บะ ชู่บะ ชู่บะ บะ บะ
- อ๊ะ แย่ล่ะ
- เป็นเด็กดีดีกว่า
- เผลอทำตัวเป็นเด็กดีไปหน่อย
หน้า 5
- ความทรงจำเรื่องเกมฮอกกี้ที่เกมเซ็นเตอร์
- สมัยเด็กๆ ผมมักจะไปเล่นฮอกกี้ที่เกมเซ็นเตอร์กับแม่บ่อยๆ แต่ว่า
- เย้ส เข้าอีกลูกแล้ว
- โดยพื้นฐานแล้ว ผมที่เป็นเด็กจะเก่งกว่า
- บ้าเอ๊ย
- ...แม่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ
- โอ้โห อะไรกัน จะไปแอบร้องไห้รึไง~? ได้เลยๆ เชิญร้องให้พอใจไปเลยสิ~ (ความเป็นไอ้เด็กเวร 100%)
หน้า 6
- จังหวะนี้แหละโว้ยยย
- อ๊าาาาาาาาา ยัยแก่แกกกกกกกก!
หน้า 7
- ขี้โกงนี่หว่า! เมื่อกี้นี้มันขี้โกงชัดๆ เลยนะเฮ้ย!
- ผู้ใหญ่น่ะขี้โกงกว่าที่คิดเยอะ
- ยัยผู้ใหญ่ขี้โกง
- แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความต่างชั้นของฝีมือ หลังจากนั้นเกมก็ยังคงดำเนินไปโดยที่ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบ...
- ↓ไปเข้าห้องน้ำมา
- หึหึ... ใกล้จะชนะแล้วล่ะ ต่อให้โดนเล่นตุกติกแบบไหนก็ชนะได้อยู่แล้ว...
หน้า 8
- มาเลย!!
- แม่ของอิชิโนะคุง
- แม่ของยามาดะคุง
- อย่าเรียกพวกมาสิโว้ย
- ที่อยู่ที่ร้านกาแฟตรงนั้นตลอด
- ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จะเรียกมาทำไมกันฟะแก
หน้า 9
- ถึงคนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
- สมัยเด็กๆ การจะกระโจนเข้าไปทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
- ตรงนี้แหละที่ควรจะรวบรวมความกล้า...
- ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่กลับเข้าไปไม่ได้...
- หรือการจะพูดแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่ถนัดเอาซะเลย
- ก็เลยกลายเป็นว่าไม่มีความกล้าเอาซะเลย...
- มองโกเลียน เดธ ซาบุโร่ ผู้มีตัวตนอยู่เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่าง
- อย่างนี้นี่เอง!!
หน้า 10
- เรื่องแค่นั้นน่ะเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ!!
- ชินเหรอ!?
- ครืนนนน
- อุวะ อะไรเนี่ย?
หน้า 11
- นี่ไง!! ปกติแล้วต้องกลัวสิ แต่ตอนนี้แกเริ่มชินกับมันแล้วใช่มั้ยล่ะ?
- เอ่อ... จะว่าไปมันก็จริง...
- มนุษย์น่ะชินกับทุกอย่างได้ทั้งนั้นแหละ!! เพราะงั้นการกระทำที่เรียกว่า 'การรวบรวมความกล้า' ก็เหมือนกัน ถ้าทำซ้ำๆ เดี๋ยวก็ชิน!! พอชินแล้วก็คือชัยชนะของแกเลย!!
- ด้วยคำสอนนี้ ทำให้ผมที่เริ่มคุ้นชินกับการรวบรวมความกล้าได้ในระดับหนึ่ง
- กลับแล้วค้าบบบ~!!
- พอได้เป็นพนักงานบริษัท ก็สามารถกลับบ้านตรงเวลาได้อย่างองอาจครับ
หน้า 12
- ความทรงจำเรื่องวันเยี่ยมชมการสอนกับแม่
- ในวันเยี่ยมชมการสอน พอถึงช่วงที่ต้องยกมือตอบคำถาม ส่วนใหญ่ก็จะคอยชำเลืองมองสายตาผู้ปกครอง
- คนที่รู้ค้าบ
- รู้สึกว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ยกมือ ถึงแม้จะไม่รู้คำตอบก็ตาม
- เด็กส่วนใหญ่จากก้นบึ้งของหัวใจ
- ขอร้องล่ะ อย่าเรียกนะ
- อย่าสบตาสิ
- ขอร้องล่ะ
- แน่นอนว่าในใจตะโกนอยู่ว่า 'ไม่อยากโดนเรียกโว้ยยย'
หน้า 13
- ค่ะ งั้นยาชิโระคุง
- ถามคำใบ้จากผู้ปกครองก็ได้นะคะ
- อ๊ากกกกกก
- ก่อนอื่นเลยคือไม่รู้คำตอบแม้แต่นิดเดียว... แต่ต่อหน้าแม่จะให้อับอายไม่ได้... อูวะ หน้าอะไรของยัยนั่นวะ บ้าเอ๊ย
- เดี๋ยวก่อนนะ การถามคำใบ้จากแม่ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง... ถ้างั้นก็มีแต่ต้องทำแบบนี้แล้ว...
หน้า 14
- เอ่อ... ให้คุณแม่ตอบแทนผมครับ
- ก๊าซซซซซซ
- ไอ้เด็กเวร... ไม่นึกเลยว่าจะมาไม้นี้... เล่นดีนี่หว่า...
- แม่รู้ใช่มั้ยล่ะ?!
- แล้วก็คือแม่ก็ไม่รู้คำตอบเลยสักนิด
- ...นั่นสินะ
หน้า 15
- คำตอบคือ
- แกอดข้าวเย็น
- ค่ะ ถูกต้องค่ะ
- ก๊าซซซซ ทำไมล่ะ
หน้า 16
- การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
- จากคำสอนของครูหรือโรงเรียนยิมนาสติกที่เคยไปเรียนสมัยก่อน
- เป็นลูกผู้ชายอย่าร้องไห้สิ
- สายกีฬา
- เคยมีช่วงหนึ่งในวัยเด็กที่ผมคิดมาตลอดว่า 'การร้องไห้เป็นเรื่องน่าอาย'
- เคยมีช่วงที่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ แม้แต่ตอนที่ซาบซึ้งใจ นอกเหนือไปจากเรื่องที่ทุกข์ใจหรือเศร้าใจ
- เป็นอะไรไปล่ะแก... กลั้นน้ำตาไว้ทำไม?
หน้า 17
- ถ้ามีเรื่องเจ็บใจหรือเศร้าใจ ก็ร้องไห้ออกมาเลยสิ ไม่ต้องไปสนใจหรอก!!
- ก็แหม... ร้องไห้มันดูไม่เท่เลยนี่นา...?
- แล้วก็รู้สึกผิดกับตัวเองที่ร้องไห้ด้วย...?
- หน้า... โคตรน่ากลัว
- นี่นะ ถ้าเกิดน้ำตาของแกมันทำให้เมืองหลวงพังพินาศได้ล่ะก็ อันนั้นค่อยน่ารู้สึกผิดหน่อย
- อีกอย่าง ถึงแกร้องไห้ไปมันก็แค่ทำให้แกโล่งใจขึ้น ไม่ได้ไปส่งผลกระทบกับใครที่ไหนสักหน่อย!!
หน้า 18
- อีกอย่างน้ำตาน่ะเป็นสิ่งที่ไหลออกมาตามธรรมชาติพร้อมกับความรู้สึกนะ!! สิ่งที่ออกมาตามธรรมชาติ ก็ควรปล่อยให้มันออกมาตามธรรมชาติจะดีต่อใจมากกว่าแน่นอน
- ที่นี่คือบ้านของแกนะ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาให้เต็มที่เลย!!
- พอได้ฟังคำพูดของแม่ ผมก็เลยเลิกรู้สึกอายที่จะร้องไห้
- งั้นจะร้องแล้วนะ โอ้ววว แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
- หนวกหูเฟ้ย
- และรู้สึกว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองได้มากขึ้นนิดหน่อย
หน้า 19
- แงงงงงง แงงงงงง แงงงงงง เศร้าจังเลยยย~
- แง...ง
- ร้องไห้เสแสร้ง!!
- ขอโทษครับ
- อนึ่ง การร้องไห้เสแสร้งถูกจับได้ในทันที
หน้า 20
- เป็นห่วงที่ลูกติดเกมงอมแงม
- หลังจากที่ข้อบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการติดเกมกลายเป็นประเด็นร้อน
- ลูกชายบ้านฉันก็เอาแต่เล่นเกมตลอดเลย... ไม่รู้ว่าติดเกมรึเปล่านะเนี่ย
- ในการรวมญาติ แม่ของผมก็โดนถามคำถามแบบนี้
- แหงล่ะว่าการทำอะไรมากเกินไปมันไม่ดี และถ้ามันหนักข้อเกินไปพ่อแม่ก็ควรจะเข้าไปแทรกแซงนะ... แต่มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องเกมอย่างเดียวหรอก
- การเล่นกีฬาเป็นเวลานานๆ มันก็ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนกัน!! ไม่ว่าจะเรื่องอะไร การทำมากเกินไปมันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ
หน้า 21
- แต่ว่านะ... เขาเอาแต่เล่นเกมจนไม่ค่อยได้คุยกันเลย... มันก็ไม่ดีรึเปล่านะ...
- ยัยแก่ แกอย่ามาชวนคุยนะโว้ย
- ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องห่วง!!
- เด็กผู้ชายน่ะไม่ว่าจะมีความชอบแบบไหน มันก็ต้องมีช่วงที่ทำตัวเย็นชากับพ่อแม่อยู่แล้ว!! มันเป็นเรื่องธรรมดา!!
- ข้าคือร่างจุติจากวัลฮัลลา... สามัญชนอย่างเจ้าอย่าได้อาจเอื้อมมาชวนคุย
- เฮ้ยแก เลิกเล่าเรื่องเก่าๆ ของฉันได้แล้ว
หน้า 22
- แต่ว่านะ ในเวลาแบบนั้นแหละ การลองตัดสินใจกระโจนเข้าไปในโลกของอีกฝ่ายก็เป็นทางเลือกหนึ่งนะ!!
- นั่นอะไรน่ะ ให้แม่ดูด้วยสิ
- อุวะ! อะไรเนี่ย
- การที่พ่อแม่ปฏิเสธหรือเว้นระยะห่างเพียงเพราะว่าตัวเองไม่เข้าใจ มันก็จะจบลงแค่นั้น
- เล่นเกมได้วันละ 1 ชั่วโมง
- แต่ถ้าลองเปิดใจเข้าหาอีกฝ่ายดูสักครั้ง เด็กก็จะรับรู้ได้เอง
หน้า 23
- ถึงจะเป็นลูกที่ตัวเองให้กำเนิดมา แต่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกแตกต่างกัน เพราะงั้นการมีส่วนที่ไม่เข้าใจกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดา
- แต่การที่ไม่ปฏิเสธในจุดนั้น แล้วพยายามที่จะทำความรู้จักอีกฝ่าย ฉันว่านั่นก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่นะ!!
- แต่ก็นะ ผลจากการที่ฉันเปิดใจเข้าหามากเกินไป เลยกลายเป็นคนที่ปล่อยปืนจากมือไม่ได้ไปซะแล้วล่ะ
- คุณแม่ที่กำลังเล่นเกม FPS อย่างจริงจัง
- อืม... แบบนั้นมันก็ยังไงๆ อยู่นะ
หน้า 24
- เรื่องราวตอนที่ผม 'หนีออกจากบ้าน'
- สมัยประถมปลาย ผมตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกัน
- จะไปแล้วนะ ตัดสินใจแล้วล่ะ ลาก่อนยัยแก่!!
- ...
- ถึงจะเป็นเด็กแต่ก็มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้นะเฟ้ย!!
- ถ้างั้นแม่จะไปหนีออกจากบ้านเป็นเพื่อนแกเอง!!
- หา!? ทำไมล่ะ
- ถ้าแกมีอิสระ แม่ก็มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้เหมือนกันนั่นแหละ!!
หน้า 25
- หิวแล้วสินะ ไปกินราเม็งกันมั้ย!!
- ยังไงก็ไม่มีเงินอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ!! เดี๋ยวแม่เลี้ยงเอง!!
- เอ่อ... อ่า...
หน้า 26
- ...ขอโทษครับ...
- ไม่เป็นไร!!
- กินเสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ!!
- กลับไปนอน
หน้า 27
- เรื่อง 'การเลียนแบบ' ที่แม่ถนัด
- ถึงจะเคยโชว์ในทวิตเตอร์อยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่ว่า
- แม่ของผมถนัดเรื่องการเลียนแบบเอามากๆ
- การรวมญาติ
- จะเลียนแบบให้ดูนะครับ!!...
- ...
- ...?
หน้า 28
- จี๊...ด จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊ด จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊จิ๊ด
- อุวะ
- เลียนแบบจักจั่นที่นึกว่าตายแล้วพอเข้าไปใกล้ๆ ก็ขยับตัวอย่างบ้าคลั่ง
- นะ... ไม่มีอะไรที่มันธรรมดากว่านี้หน่อยเหรอ?
- อย่างนี้นี่เอง... มีสิ!!
หน้า 29
- จะเลียนแบบให้ดูนะครับ!!...อ๊ะ!!
- โอ๊ะห๊ะ... อะไรวะ อะไรวะเฮ้ย!! อะไร... เฮ้ยอะไร!?
- เคาะ... เคาะประตูก่อนสิโว้ยแก... หา!?
- ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเฟ้ย!? ถืออะไรอยู่น่ะหา!? แก... กลับไปเลยนะ!! อ๊า!?
หน้า 30
- และนี่ก็คือ การเลียนแบบลูกชายตอนที่โดนแม่บุกเข้าไปเจอตอนกำลังดูหนังสือโป๊
- ◆เหมือนเปี๊ยบเลยค้าบ!!
- แก๊—! จะฟ้องโว้ย
หน้า 31
- ‘พฤติกรรม’ ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ของเด็ก
- ตอนที่แม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง...
- ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับอะไรที่ช่วยบ่มเพาะพลังแห่งจินตนาการของลูกชายรึเปล่าครับ...
- อ๋า... นั่นสินะ...
- คงเป็นการที่ไม่เคยปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ในทันที แต่จะให้ลองทำดูสักครั้งเสมอ... ล่ะมั้งนะ
- นอกนั้นก็ไม่รู้แล้ว
- ...หมายความว่ายังไงเหรอครับ?
หน้า 32
- ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเคยมีช่วงหนึ่งที่เจ้าเด็กนั่นมีงานอดิเรกเป็นการฝังตัวเองในดินน่ะ...
- ดะ... ดินเหรอ...? น่ากลัว...
- อ๊ะ คุณแม่
- กรี๊ดดดดดด แกทำอะไรอยู่น่ะ
- ลองฝังตัวเองดู
- ฝังตัวเองอยู่...!? บะ... บ้าไปแล้ว...
- ปกติแล้วพอมาถึงจุดนี้ก็คงจะเข้าไปห้ามเพราะไม่เข้าใจสินะ แต่ว่า...
หน้า 33
- ฝังตัว...? ฝังตัวเนี่ยนะ? เพื่ออะไร? ทำไม? พอฝังแล้วมีอะไรอยู่ข้างหน้ารึไง...? แต่ช่างเถอะ อยู่ในเขตบ้านเราเองคงไม่มีปัญหาอะไร
- เหนือสิ่งอื่นใดคือความคิดที่จะฝังตัวเอง... ปกติมันไม่มีเรื่องแบบนี้นะ... ฝังตัวเนี่ยนะ? ปกติแล้ว... เขาไม่ฝังกันหรอก... หรือว่าลูกชายมองเห็นอะไรบางอย่างในนั้นกันนะ...
- อื้ม, OK
- ฝังตัวเองให้พอใจไปเลยไป!!
หน้า 34
- งั้นโดยพื้นฐานแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะยอมให้ทำตามใจชอบ 1 ครั้งเหรอครับ...?
- เอ๊ะ?
- แม่ดูสิ อึน่ะนะ
- ถ้าไม่อึในห้องน้ำแต่มาอึที่สวนในบ้านแทนก็น่าจะรู้สึกดีเหมือนกันนะ
- ไม่ใช่แบบนั้น
- ต้องแยกแยะดีชั่วให้ได้ด้วยนะ!
- แล้วแต่สถานการณ์ อาจมีจับแขวน
หน้า 35
- ความสำคัญของการเป็นคนมีความอยากรู้อยากเห็น
- เวลาที่ต้องฟังเรื่องที่ตัวเองไม่สนใจไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
- แล้วทฤษฎีสัมพัทธภาพก็บลาๆ แล้วก็เรื่องเคมีฟิสิกส์อีก~
- อ๋า~ อย่างนี้นี่เอง อย่างนี้นี่เอง~ ครับ~
- อา~ ไม่น่าสนใจเลย~
- ...แกกำลังคิดแบบนั้นอยู่สินะ
- สะดุ้งงงงงง
หน้า 36
- แต่ว่านะ ถึงจะไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่แค่ลองสักหน่อยก็พอแล้ว
- การลองสนใจในทุกๆ เรื่องก็เป็นสิ่งที่แนะนำนะ
- เอ๋...?
- การที่ไม่สนใจก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่รู้จักไม่ใช่รึไง เพราะงั้น
- ไม่สนใจหรอก แต่ก็มีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยสินะ~
- เอาเป็นว่าจำใส่หัวไว้ก่อนแล้วกัน
- แค่ลองไปหาข้อมูลดูนิดหน่อย แล้วเก็บข้อมูลนั้นไว้ในลิ้นชักสมอง
หน้า 37
- ในอนาคต เวลาที่ต้องใช้สมองคิดอะไรบางอย่าง...
- อืออออืม.. เอ๊ะ?
- ...ข้อมูลนี้มัน...
- เรื่องที่เคยเห็นในชินเคนเซมินี่หว่า!
- อะไรทำนองนั้นแหละ ข้อมูลที่เคยได้รับมาในอดีตมันก็มีประโยชน์ขึ้นมาแบบไม่คาดคิดเหมือนกันนะ
หน้า 38
- เพราะงั้นการไม่ด่วนตัดสินสิ่งที่ยังไม่รู้จัก แล้วลองสนใจดูสักครั้งก็น่าจะดีเหมือนกันนะ
- ดังนั้น ตามทฤษฎีของพวกเราแล้ว จักรวาลไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่ประกอบขึ้นจากอึ 1 หมื่นล้านก้อน...
- ว่ากันว่าอึนับไม่ถ้วนได้ถือกำเนิดขึ้นจากบิ๊กแบงเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับการกำเนิดของจักรวาลและเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
- แล้วก็ถึงจะไม่สนใจ ก็อย่าแสดงออกทางสีหน้าท่าทางสิ
- เปล่าซะหน่อย กำลังเอาข้อมูลใส่สมองอยู่
- จักรวาลที่พวกเรารับรู้นั้นขยายตัวและเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งนั่นก็หมายความว่าอึเองก็ขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในฐานะสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว อึได้ก่อร่างสร้างโลกขึ้นมา และยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการก่อร่างสร้างสิ่งที่เรียกว่าต่างโลกอีกด้วย
แสดงความคิดเห็น
0